บทที่ 4 น้องสาวมันส์แซ่บ/4
“ห้ามบอกเรื่องนี้กับแม่เด็ดขาดนะมะลิ ถ้าแม่รู้ท่านคงจะเสียใจมากๆ ที่เราสองคนพี่น้อง เอ่อ...”
“ที่เราสองคนเอากันเมื่อคืนใช่ไหม พี่เมฆวางใจเถอะน่า ลิไม่บอกหรอกนะ แต่กับคนอื่นก็ไม่แน่”
“กับคนอื่นก็ห้ามบอก โดยเฉพาะแพร ห้ามให้เธอรู้เรื่องนี้เด็ดขาดเลยนะ ห้ามเด็ดขาดเลย!” กำชับและเน้นย้ำอย่างจริงจังว่าไม่ให้บอกเรื่องนี้กับผู้หญิงที่ดูใจกับเขาอยู่
“พี่เมฆแคร์เธอขนาดนั้นเลยเหรอ กับลิพี่เคยแคร์บ้างหรือเปล่า มีสักนิดไหมนะ” ดึงแขนแกร่งออกแล้วหันไปประจันหน้ากับเขา “ลิไม่ได้อยากเป็นแค่น้องสาว ลิอยากเป็นมากกว่านั้น”
“มันเป็นไปไม่ได้...เลิกคิดแบบนั้นเถอะนะมะลิ”
“พี่เมฆฟังให้ดีๆ นะ” สองมือประคองใบหน้าหล่อไว้ “ลิรักพี่แบบที่ผู้หญิงผู้ชายเขารักกัน ลิไม่ได้รักแบบพี่ชาย” ว่าจบก็ประกบริมฝีปากบดจูบ สอดแทรกลิ้นเข้าไปภายในแล้วลิ้มเลียความหวานของน้ำแดงที่เขาพึ่งจะดื่มกินไปก่อนหน้า
อื้อ...
ถอนริมฝีปากออกช้าๆ แล้วจ้องมองหน้าพี่เมฆด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ลุ่มหลง ในใจก็คิดหาวิธีที่จะทำให้เขากับยัยแพรนั่นเลิกกัน ยอมเสียพี่เมฆให้ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้จริงๆ เขาจะต้องเป็นของมะลิคนนี้คนเดียวเท่านั้น!
“.....” พี่เมฆยืนนิ่งแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากัน
“ลิรักพี่เมฆมาก เลิกปิดกั้นตัวเองได้แล้วนะ ลิรู้ว่าพี่เองก็พอจะรู้อยู่แก่ใจว่าเราสองคนยังไงก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ กันอยู่แล้ว”
“เราเป็นพี่น้องกัน พี่ยังคงเชื่อแบบนั้น มะลิต้องตั้งสติ” มือจับบ่าฉันไว้แน่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมใส่ “ยิ่งมะลิทำแบบนี้ พี่ก็จะยิ่งหาทางออกไปจากวงจรบ้าๆ นี้ให้เร็วขึ้น”
“พี่จะหาทางออกยังไงเหรอ?”
“พี่ก็จะแต่งงานกับแพร แล้วเราสองคนก็จะย้ายออกจากที่นี่ไปสร้างครอบครัวกันใหม่”
“ขอบอกตรงนี้เลยว่า...ยิ่งตีตัวออกห่างเท่าไหร่ ลิก็จะยิ่งเข้าหาคุณสารวัตรเมฆเท่านั้น เผลอๆ อาจจะทำเรื่องบ้าๆ แบบเมื่อคืนกับคุณสารวัตรอีกก็ได้นะคะ” ปัดมือที่จับบ่าอยู่ออก “ต่อจากนี้ไปลิคนนี้จะรุกจนพี่คลั่งและต้องการแต่ลิคนเดียว” กระตุกยิ้มแบบร้ายๆ แล้วเดินออกมาจากห้องของเขา
ให้ตายเถอะ! หายใจได้ทั่วท้องสักที ตอนยืนอยู่ใกล้ๆ พี่เมฆแล้วทำไมถึงต้องทำตัวเกร็งๆ ด้วยนะเรา ใจหวิวมากเลยอะเมื่อพี่เมฆบอกว่าจะแต่งงานกับยัยแพรถ้าฉันยังตามตื้อพี่เขา
เอาจริงๆ มะลิคนนี้นี่สวยและเอ็กซ์กว่าผู้หญิงคนนั้นตั้งเยอะ นมเราก็ใหญ่กว่า ทำไมอีพี่เมฆถึงมองข้ามผ่านไปนะ
อย่ามาอ้างว่าเป็นพี่น้องนะ!
มั่นใจว่ายังไงก็ไม่ใช่แน่นนอน ไม่ใช่!!
.....
ช่วงหัวค่ำ
ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงเมื่อเรียนออนไลน์วิชาสุดท้ายเสร็จ ช่วงนี้โรคโควิด 19 ยังคงระบาดอยู่ ทางมหาวิทยาลัยเลยให้นักศึกษาเรียนออนไลน์ที่บ้านไปพลางๆ ก่อน รอโรคบ้านี่มันซาลง
ก็จะได้กลับไปเรียนตามปกติ และฉันก็คงจะต้องย้ายไปอยู่หอ เพราะว่ามันเดินทางไปเรียนสะดวกกว่าอยู่ที่บ้าน
เดินลงมาชั้นล่างก็เห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งควงแขนเดินยิ้มกันเข้ามาในบ้าน แล้วในมือพี่เมฆก็ถือกระเป๋าเป้ใบหนึ่งน่าจะเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าของหวานใจเขาแหละ
หมั่นไส้ อยากจะถีบให้หงายทั้งคู่!
“อ้าว...น้องมะลิ” ยัยแพรเอ่ยทักเมื่อเห็นฉัน
นางเป็นพี่ฉันถึงสองปีแหละนะ อายุน่าจะยี่สิบสองมั้ง เป็นรุ่นพี่ปีสี่ ส่วนฉันอายุยี่สิบ เป็นรุ่นน้องปีสองเรียนอยู่คณะเดียวกับนาง แต่พอดีว่าไม่อยากจะเคารพและก็ไม่อยากจะเรียกนางว่าพี่ด้วยอะนะ เลยเรียกห้วนๆ ว่าแพร หรือยัยแพร
ฉันไม่ตอบอะไร มองด้วยหางตาก่อนจะเดินเข้าไปหาแม่ในครัว “แม่จ๋า” พูดพลางกอดแม่จากทางด้านหลัง
“มาแม่จงแม่จ๋านี่มีอะไรจะขออีกใช่ไหมเราน่ะ”
“แฮ่ๆ แม่ชอบรู้ทันตลอด” ยิ้มแป้นแล้นใส่แม่ แล้วเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาดื่ม
“จะมาขออะไรอีกล่ะ แล้วนี่เรียนเสร็จแล้วเรอะ” แม่ถามพลางปอกแอปเปิ้ลแล้วจัดเรียงใส่จานอย่างสวยงาม
“ก็...”
“แม่สวัสดีค่ะ”
กำลังจะอ้าปากพูดก็มีมารเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เธอเดินเข้ามาหาแม่ในครัวแล้วยกมือไหว้สวัสดีพร้อมกับฉีกยิ้มหวานให้ ส่วนข้างหลังก็มีคุณสารวัตรเมฆตามติดไม่ห่าง
“สวัสดีจ้ะ มากันแล้วเหรอ แม่กำลังปอกแอปเปิ้ลให้กินกันอยู่เนี่ย” แม่ตอบรับแล้วฉีกยิ้มกลับ
“พึ่งมาเมื่อกี้เอง ว่าแต่แม่ไม่ต้องปอกแล้วก็ได้ แค่นั้นก็เยอะจนจะกินไม่หมดแล้ว” พี่เมฆบอกกับแม่แล้วปลายหางตามามองฉัน “ทำไมไม่มาช่วยแม่ปอก ชอบกินนักก็ควรจะทำเอง”
“.....” ไม่ตอบอะไร แต่มองหน้าพี่เมฆแล้วเมินใส่บ้าง
“น้องไม่ได้ใช้ให้แม่ทำหรอก แม่ทำเอง และอีกอย่างน้องมันก็ติดเรียนออนไลน์ด้วย เมฆก็นะ ชอบว่าน้องมันตลอด”
ว้ายๆ เขาคงจะลืมไปสินะ ว่ามะลิเนี่ยลูกรักของแม่
ฉันยิ้มเย้ยๆ ใส่พี่เมฆก่อนจะแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ตามหลัง
“แม่...มะลิเยาะเย้ยแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เมฆอะ” พี่เมฆฟ้องแม่แล้วขึงตาดุใส่ฉัน
“โตป่านนี้แล้วยังจะฟ้องแม่อีกเรอะเราน่ะ และก็อย่าไปแอบทำน้องมันทีหลังนะ เรื่องเมื่อคืนที่ทำน้องเลือดออกแม่ยังไม่ได้เคลียร์เลย” แม่พูดปรามพี่เมฆแล้วหันไปมองสายตาดุๆ ใส่
“.....”
พี่เมฆถึงกับยืนหน้าซีดเลยทีเดียว ส่วนยัยแพรก็ได้แต่ยืนทำหน้าเอ๋อๆ แบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา
“ดีนะขาน้องไม่เป็นอะไรมาก แค่มีแผลถลอกนิดหน่อย ทีหลังก็จับน้องมันนั่งดีๆ ไม่ใช่จับยัดใส่รถจนขาน้องไปครูดกับอะไรก็ไม่รู้จนมีแผล” แม่เดินมาแล้วนั่งยองๆ ลงดูแผลที่ขาของฉัน
“พี่เมฆรุนแรงกับหนูมากเลยเมื่อคืน หนูทั้งเจ็บ ทั้ง...”
“มะลิน้องรัก พี่ว่าเราเอาแอปเปิ้ลออกไปนั่งกินกันดีกว่า”
